บทที่ 8 เจ้าหนูน้อยไออุ่น II
“ไม่ทราบเหมือนกันครับ แต่อิงบอกผมแบบนั้น”
“เอ...แต่คนที่ไม่สบายน่ะ มันเจ้าไออุ่นไม่ใช่หรือไง?” คนพูดขมวดคิ้วยุ่ง พลางยกนิ้วขึ้นมาเคาะปลายคางอย่างใช้ความคิด “ลุงว่าโอบคงเข้าใจผิด เพราะเมื่อเช้าแม่เดือนเพิ่งบ่นให้ฟัง ว่าเจ้าไออุ่นไม่สบายอีกแล้ว”
“ไออุ่น?”
คนฟังเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ เพราะเธอไม่เคยเล่าว่าที่บ้านมีใครคนอื่นมาอาศัยอยู่ด้วยนอกจากแม่ของเธอเท่านั้น และที่ผ่านมาอิงดาวกับนางเอื้อมเดือนผู้เป็นมารดา ก็ไม่ได้มีญาติสนิทมิตรสหายที่ไหนที่จะสามารถพามาอยู่ร่วมบ้านได้
เขาจึงค่อนข้างแปลกใจ ที่ได้รู้ว่าขณะนี้มีสมาชิกคนใหม่มาอาศัยอยู่ร่วมชายคาที่เขาเคยหลับนอนอยู่หลายปี
“ใช่...เจ้าไออุ่นตัวกลม ใครเห็นก็หลง ใครเห็นใครก็รัก ลุงเองก็แวะไปที่บ้านแม่เดือนอยู่บ่อยๆ เพราะเจ้าไออุ่นนี่แหละ”
“เดี๋ยวนะครับ ไออุ่นที่ลุงมั่นหมายถึงนี่คือ...”
“อ้าว! เจ้าไออุ่นไม่ได้เป็นลูกของหนูอิงกับพ่อโอบหรอกเหรอ ลุงเห็นทั้งสีผมสีตาเหมือนเราแทบทุกกระเบียดนิ้ว”
“ทุกกระเบียดนิ้ว?” คนที่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกทวนคำพูดนั้นช้าๆ อีกครั้ง
“ใช่...เหมือนมาก แต่ทำไมโอบดูเหมือนคนไม่รู้เรื่องนี้ล่ะ”
เป็นชายสูงวัยบ้างที่รู้สึกแปลกใจขึ้นมา เพราะถ้าหากบอกว่าเจ้าไออุ่นไม่ใช่ลูกของโอบนิธิล่ะก็... คนที่เห็นหน้าคาดตากันมานานอย่างท่านคงต้องบอกว่าไม่เชื่ออย่างเต็มปากเต็มคำ
“ผมไม่เคยรู้มาก่อนว่าอิงมีลูก”
“งั้นเหรอ...ลุงก็นึกว่าหนูอิงจะท้องกับโอบเสียอีก เจ้าไออุ่นหน้าถอดพ่อมาขนาดนั้น จะเป็นไปได้เหรอที่ไม่ใช่ลูกของเราน่ะ”
ลุงมั่นมีท่าทางแปลกใจอย่างชัดเจน แต่คงไม่เท่าโอบนิธิที่ยืนนิ่งคล้ายกับช็อกไป ลมหายใจของเขาเริ่มสะดุดติดขัด ภาวะในอกแปรปรวนเสียจนตั้งตัวแทบไม่ได้ ยิ่งฟังก็ยิ่งตั้งตัวไม่ได้
เธอท้องและมีลูก แถมเด็กคนนั้นยังหน้าเหมือนเขามากอย่างนั้นเหรอ ลุงมั่นไม่ได้หูตาฝ้าฟางไปเองใช่ไหม?
“แต่ลุงว่าใช่...ยังไงเจ้าหนูไออุ่นก็ต้องเป็นลูกของโอบ หนูอิงเพิ่งท้องและคลอดไปไม่นาน เพิ่งกลับมาคลอดเมื่อไม่กี่เดือนนี้เอง”
ประโยคนั้น...ทำให้คนที่เพิ่งเรียบเรียงจิ๊กซอว์ในหัวได้ถึงกับตาโตขึ้นมาอย่างฉับพลัน
ไม่ผิดแน่...เป็นอย่างที่เขาคิดไว้ไม่ผิดแน่นอน!
“เมื่อครู่นี้ลุงมั่นว่ายังไงนะครับ ช่วยพูดกับผมอีกทีได้ไหม!”
คนตัวสูงแทบหาเสียงของตัวเองไม่พบ จึงต้องพยายามตั้งสติให้มั่น เรียบเรียงทุกอย่างในหัวก่อนจะเอ่ยปากถามอีกครั้ง
“ลุงบอกว่าอิงท้อง และเด็กคนนั้นก็หน้าเหมือนผมมากอย่างนั้นใช่ไหมครับ?”
“ใช่ แต่ตอนแรกลุงเองก็ไม่รู้หรอกนะว่าหนูอิงท้อง เพราะมีช่วงหนึ่งที่เขาหายไปอยู่ที่อื่นสักหกหรือเจ็ดเดือนนี่แหละ ไปกันทั้งแม่ทั้งลูกแบบไม่บอกไม่กล่าวใคร”
“หายไป...”
เธอหายไปในช่วงที่ขอเลิกกับเขาไม่ผิดแน่ เพราะหลังจากที่เห็นข้อความที่ถูกส่งเข้ามา เขาก็รีบกลับมาที่คอนโดที่เคยอาศัยอยู่กับเธอ แต่ก็ไม่พบคนที่ปรารถนาจะเจออีกครั้งนอกจากกระดาษแผ่นนั้น ที่เธอเขียนถึงเหตุผลของการจากลา แต่เขากลับไม่เคยเชื่อเลยสักนิด
จึงเพียรมาหาที่บ้านหลังนี้อยู่หลายครั้งหลายหน แต่ก็ไม่เคยพบหน้าอีกเหมือนกัน วนเวียนมาดูอยู่อย่างนั้นถึงสามเดือนเต็ม แต่ก็ไร้วี่แววของคนที่คิดถึงสุดหัวใจ
แม้แต่จ้างนักสืบมือดีให้ตามหา พยายามติดต่อเพื่อนเก่าของเธอไปบ้าง แต่ทุกอย่างก็เป็นเหมือนทางตัน อิงดาวปิดช่องทางการสื่อสาร ปิดทุกทางที่จะทำให้เขาหาเธอพบ
“แต่ลุงไม่รู้หรอกนะว่าหายไปอยู่ที่ไหนกัน จำได้รางๆ ว่าหนูอิงเพิ่งกลับมาอยู่ที่บ้านก็ตอนที่ใกล้จะคลอดเจ้าไออุ่นนั่นแหละ”
“ไออุ่น...”
ชื่อนี้...ที่ฟังแล้วช่างอุ่นซ่านไปถึงหัวใจ
“ลูกของหนูอิงชื่อว่าเจ้าหนูไออุ่น เจ้าเด็กลูกครึ่งผมสีทอง ตัวอ้วนจ้ำม่ำ หน้าตาน่ารักน่าชัง ถ้าโอบเห็น...คงรักแกมากแน่ๆ”
“เด็กอายุเท่าไหร่แล้วครับ?”
“ราวๆ สองหรือสามเดือนได้ ลุงเองก็ไม่แน่ใจหรอกนะ”
คำตอบนั้นทำให้คนฟังเงียบไปอีกครั้ง เพราะหากนับเวลากันตามจริงจากวันที่เธอและเขาจากกันไป ก็ยังไม่ถึงหนึ่งปีเต็ม
เธอหายไปช่วงกลางเดือนมกราคมของปี กลับเข้ามาขอความช่วยเหลือเรื่องเงินจากเขาเมื่อปลายเดือนกันยายน จนถูกเขาบังคับให้ทำงานด้วย ซึ่งระยะเวลาเหล่านี้คาบเกี่ยวกันอย่างน่าตกใจ
ฉะนั้น...คงเป็นไปไม่ได้ที่อิงดาวจะไปท้องกับคนอื่น และนิสัยของเธอ ก็ไม่ใช่คนที่จะคบใครแบบไม่เลือก ขนาดตัวเขาเองกว่าจะจีบเธอได้ยังต้องใช้เวลาอยู่นาน โอบนิธิจึงกล้าตัดตัวเลือกอื่นทิ้งไปแบบไม่แยแส
มั่นใจ...ว่าเจ้าหนูไออุ่นที่ลุงมั่นพูดถึง จะเป็นลูกของใครไม่ได้นอกจากลูกของเขา!
คิดได้ดังนั้นจึงยกมือไหว้ขอบคุณลุงมั่นขึ้นมาทันใด สองเท้าออกแรงวิ่งไปข้างหน้าเพื่อตามหาความจริงที่ถูกหลบซ่อนไว้
ไม่ว่าเธอจะปิดบังเรื่องลูกด้วยเหตุผลใด แต่ในเมื่อเขารู้แล้วว่าเธอท้องแน่ ก็จะไม่ยอมปล่อยให้เธอหายไปจากชีวิตอีกเป็นครั้งที่สองเด็ดขาด!
